มาตรฐานในระบบดับเพลิงอัตโนมัติ

มาตรฐานเป็นข้อกำหนดชั้นต่ำที่ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ในระบบดับเพลิงอัตโนมัติจะต้องได้รับการรับรอง ซึ่งครอบคลุมทั้ง “ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต” “สมรรถนะของระบบดับเพลิง” “ความปลอดภัยเมื่อนำไปใช้งานติดตั้ง” และรวมถึง “การขนส่งสินค้า” โดยมีรายละเอียดมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ดังนี้

ISO 9001:2015 — ระบบบริหารคุณภาพ

  มาตรฐาน ISO 9001 ยืนยันว่าผู้ผลิตมีระบบควบคุมคุณภาพที่เป็นขั้นตอน ตั้งแต่การรับข้อกำหนดลูกค้า การออกแบบ การจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต การตรวจสอบ การส่งมอบ จนถึงการรับข้อร้องเรียน

แม้ ISO 9001 ไม่ใช่ใบรับรองว่าสินค้าแต่ละชิ้น “ผ่านการทดสอบดับเพลิง” โดยตรง แต่ก็มีความสำคัญในการช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอและตรวจสอบย้อนกลับได้

ผู้ผลิตต้องกำหนดนโยบายและเป้าหมายคุณภาพ ควบคุมเอกสารและการเปลี่ยนแปลงแบบ ประเมินผู้ขาย ตรวจสอบระหว่างผลิต เก็บบันทึกเลขล็อต จัดการสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ตรวจติดตามภายใน และปรับปรุงแก้ไขสาเหตุของปัญหาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ ALAS Fire มีกระบวนการผลิตอุปกรณ์ ระบบควบคุม และเครื่องกำเนิดละอองลอยอยู่ภายใต้ระบบคุณภาพที่ตรวจประเมินได้

ISO 15779:2011 — ระบบดับเพลิงแบบละอองลอย

เป็นมาตรฐานเฉพาะทางสำหรับระบบดับเพลิงชนิด Aerosol ครอบคลุมข้อกำหนดและวิธีทดสอบของส่วนประกอบ ตลอดจนแนวทางออกแบบ ติดตั้ง ตรวจรับ บำรุงรักษา และความปลอดภัยของระบบในอาคาร โรงงาน หรือพื้นที่ปิด

สาระสำคัญคือการพิสูจน์ประสิทธิภาพการดับเพลิงตามชนิดความเสี่ยงและปริมาตรพื้นที่ การกำหนดความหนาแน่นออกแบบของสารดับเพลิง ตำแหน่งติดตั้ง ทิศทางการปล่อยสาร เวลาการทำงาน การเชื่อมต่อกับระบบตรวจจับ/สัญญาณเตือน การป้องกันผู้ใช้งาน และข้อควรระวังต่ออุณหภูมิสูงหรือสารตกค้างจากการปล่อยระบบ

ผู้ออกแบบต้องสำรวจความเสี่ยงและคำนวณปริมาตรป้องกัน ตรวจสอบการรั่วของห้องหรือพื้นที่ และจัดทำแบบติดตั้งพร้อมคู่มือใช้งาน ส่วนผู้ผลิตต้องทดสอบเครื่องกำเนิด aerosol และส่วนประกอบตามชนิดที่รับรอง ควบคุมค่าปริมาณสารและคุณภาพการผลิต รวมทั้งระบุอายุใช้งานและรอบการตรวจบำรุงให้ชัดเจน

ISO 14001:2015 — ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม

ISO 14001 มุ่งให้ผู้ผลิตระบุและควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมทั้งหมด เช่น การใช้วัตถุดิบ สารเคมี พลังงาน การปล่อยมลพิษ ของเสียจากการผลิต และการจัดการซากผลิตภัณฑ์เมื่อหมดอายุการใช้งาน ผู้ผลิตต้องประเมินประเด็นสิ่งแวดล้อมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดวิธีควบคุมการเก็บและใช้สารเคมี แยกและกำจัดของเสียอย่างเหมาะสม เตรียมแผนรับเหตุรั่วไหลหรืออุบัติเหตุ ตรวจวัดผลการดำเนินงาน และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับระบบละอองลอย aerosol มาตรฐานนี้ช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับการผลิตอย่างรับผิดชอบและการจัดการสารตกค้างหลังใช้งาน

NFPA 2010:2020 — มาตรฐานการออกแบบและติดตั้งระบบ aerosol แบบติดตั้งถาวร

NFPA 2010 เป็นมาตรฐานสหรัฐฯ ที่เน้นระบบ aerosol แบบติดตั้งถาวรสำหรับการดับเพลิงแบบ total flooding หรือการปล่อยสารให้ครอบคลุมทั้งปริมาตรของห้อง/ตู้/พื้นที่ที่ป้องกัน มาตรฐานกำหนดเรื่องการออกแบบ การติดตั้ง การใช้งาน การทดสอบ และการบำรุงรักษา

ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจำแนกความเสี่ยงและชนิดเพลิง การคำนวณความเข้มข้นหรือปริมาณสารดับเพลิง การกำหนด enclosure integrity การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับ การแจ้งเตือนก่อนปล่อยสาร การตัดแหล่งพลังงานหรือเชื้อเพลิงเมื่อจำเป็น การป้องกันการปล่อยโดยไม่ตั้งใจ และแผนตรวจสอบระบบเป็นระยะ

ผู้ผลิตต้องจัดทำคู่มือออกแบบ ติดตั้ง ใช้งาน และบำรุงรักษาที่ชัดเจน ส่วนผู้ออกแบบ/ผู้ติดตั้งต้องใช้เฉพาะชุดอุปกรณ์และระยะติดตั้งตามที่ผู้ผลิตรับรอง ไม่ควรนำหัวกำเนิดสาร อุปกรณ์ตรวจจับ หรือตู้ควบคุมต่างยี่ห้อมาผสมเป็นระบบเดียวกันโดยไม่มีการรับรองร่วมกัน

UL 2775:2019 — หน่วยระบบดับเพลิง aerosol แบบติดตั้งถาวร

UL 2775 เป็นมาตรฐานการทดสอบความปลอดภัยและสมรรถนะของ Fixed Condensed Aerosol Extinguishing System Units หรือชุดระบบ aerosol แบบติดตั้งถาวร โดย UL ตรวจประเมินตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เพียงระบบบริหารของโรงงาน

ข้อกำหนดครอบคลุมการออกแบบและโครงสร้างของเครื่องกำเนิดละอองลอย ความปลอดภัยทางไฟฟ้า กลไกการเริ่มทำงาน ความทนทาน การทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่กำหนด ความถูกต้องของฉลาก/คำเตือน และสมรรถนะการดับเพลิงของชุดที่ทดสอบ ผู้ผลิตต้องรักษาโครงสร้าง วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตให้ตรงกับรุ่นที่ผ่านการรับรอง รวมถึงรองรับการตรวจติดตามโรงงาน

EN 15276 และใบรับรอง Kiwa K21045 — มาตรฐานยุโรป

EN 15276 เป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับระบบดับเพลิงแบบ condensed aerosol โดยครอบคลุมข้อกำหนดด้านส่วนประกอบ การออกแบบระบบ การติดตั้ง และการบำรุงรักษาในแนวทางเดียวกับ ISO 15779

Kiwa K21045 เป็นเลขอ้างอิงใบรับรอง/การประเมินของหน่วยรับรอง Kiwa ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นหน่วยทดสอบที่มีความน่าเชื่อถือสูง จึงเป็นหลักฐานสำคัญว่า ผลิตภัณฑ์หรือระบบรุ่นที่ระบุในใบรับรอง ได้รับการตรวจประเมินตามขอบเขตที่กำหนด

ผู้ผลิตต้องควบคุมรุ่นสินค้า การเปลี่ยนแปลงแบบ รายการส่วนประกอบ และโรงงานผลิตให้ตรงตาม certificate ส่วนผู้ออกแบบต้องใช้ข้อมูลจากใบรับรองร่วมกับคู่มือผู้ผลิต โดยตรวจรุ่นผลิตภัณฑ์ พื้นที่ใช้งาน ชนิดความเสี่ยง และเงื่อนไขการติดตั้งที่ certificate ครอบคลุม

UN/ECE R107 — รถโดยสารประเภท M2 และ M3

UN/ECE R107 เป็นข้อกำหนดการรับรองแบบรถโดยสารและรถโค้ชประเภท M2/M3 ครอบคลุมความปลอดภัยของโครงสร้าง ทางออกฉุกเฉิน พื้นที่ผู้โดยสาร ทางเดิน ประตู อุปกรณ์ และข้อกำหนดด้านการป้องกันอัคคีภัยที่เกี่ยวข้องกับตัวรถ

กรณีของ ALAS Fire ระบบดับเพลิงติดตั้งในรถบัส จึงต้องพิสูจน์ว่าไม่ก่อผลกระทบต่อความปลอดภัยของรถ ไม่กีดขวางทางหนีไฟ ไม่เสี่ยงต่อผู้โดยสาร และติดตั้ง/ทำงานสอดคล้องกับข้อกำหนดของประเภทรถ โดยเฉพาะพื้นที่ห้องเครื่อง ห้องแบตเตอรี่ หรือจุดเสี่ยงอื่นตามแบบรถ

ผู้ผลิตระบบต้องส่งข้อมูลการติดตั้ง การทำงาน คำเตือน และข้อกำหนดด้านไฟฟ้าให้ผู้ผลิตรถ ส่วนผู้ออกแบบรถต้องบูรณาการตำแหน่งอุปกรณ์ การเดินสาย ระบบตรวจจับ การแจ้งเตือน และการซ่อมบำรุงเข้ากับแบบรถทั้งหมด

UN/ECE R118 — การลามไฟของวัสดุภายในรถโดยสาร

R118 กำหนดวิธีประเมินพฤติกรรมการลุกไหม้/การลามไฟของวัสดุที่ใช้ภายในรถ เช่น วัสดุบุผนัง เพดาน พื้น เบาะ ฉนวน ท่อ สายไฟ และชิ้นส่วนพอลิเมอร์บางประเภท โดยมุ่งลดโอกาสที่ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็วในห้องโดยสาร

สำหรับระบบ ALAS Fire กล่องครอบ สายไฟ ขั้วต่อ ท่อร้อยสาย หรือวัสดุประกอบที่ติดตั้งในห้องโดยสารเลือกใช้วัสดุที่มีหลักฐานผ่านเกณฑ์ R118 ตามตำแหน่งใช้งาน มีการควบคุม BOM และเก็บรายงานทดสอบของวัสดุ และขณะทำการติดตั้งต้องไม่เปลี่ยนวัสดุหรือใช้สาย/ปลอกหุ้มที่ไม่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดรถ

UN/ECE R10 — ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC)

R10 ควบคุมไม่ให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์บนรถปล่อยคลื่นรบกวนเกินกำหนด และต้องทนต่อคลื่นรบกวนจากสภาพใช้งานจริงได้ ความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบ ALAS Fire เพราะเป็นระบบที่มีตู้ควบคุม สายสัญญาณ detector รีเลย์ และวงจรสั่งปล่อยสารละอองลอย

ALAS Fรพำ ได้ผ่านการทดสอบการแผ่คลื่นรบกวนและความทนต่อคลื่นรบกวนของอุปกรณ์ตามรุ่นที่เสนอ รวมถึงควบคุมการเดินสาย การต่อลงดิน การป้องกัน surge และวงจรจ่ายไฟ ผู้ออกแบบเลือกตำแหน่งติดตั้งและเส้นทางเดินสายให้ห่างจากวงจรสำคัญ เช่น ECU, CAN bus, ระบบสื่อสาร และอุปกรณ์ความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการสั่งงานผิดพลาดหรือรบกวนระบบรถ

SDS Revision 14 Feb 2025 — เอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี

SDS หรือ Safety Data Sheet ไม่ใช่มาตรฐานรับรองผลิตภัณฑ์ แต่เป็นเอกสารบังคับด้านการสื่อสารอันตรายของสารเคมีตามระบบ GHS/ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เอกสารระบุข้อมูลสาร อันตราย ส่วนประกอบ วิธีปฐมพยาบาล วิธีระงับเหตุเพลิงไหม้ การจัดการเมื่อรั่วไหล การเก็บรักษา PPE การขนส่ง การกำจัด และข้อมูลพิษวิทยา

ALAS มีเอกสาร SDS ที่เป็นปัจจุบัน ตรงกับสูตรหรือผลิตภัณฑ์จริง และส่งมอบให้ผู้จัดจำหน่าย ผู้ติดตั้ง และผู้ใช้งาน ส่วนผู้ปฏิบัติงานต้องใช้ SDS เพื่อกำหนดวิธีเก็บรักษา การทำงานอย่างปลอดภัย การจัดการเศษตกค้างหลังการปล่อยระบบ และการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน

UN 1044 / ADR-RID Class 2 / IMDG 2.2 / ICAO-IATA Class 2-การขนส่งถังดับเพลิง

UN 1044 คือหมายเลขระบุสินค้าอันตรายสำหรับ Fire extinguishers ในการขนส่ง โดยการจัดอยู่ใน Class 2.2 หมายถึงก๊าซไม่ไวไฟและไม่เป็นพิษสำหรับการขนส่ง ตามข้อกำหนดทางถนน/ราง (ADR/RID) ทางเรือ (IMDG) และทางอากาศ (ICAO/IATA) ที่ระบุในเอกสารสินค้า

ความสำคัญคือช่วยให้การขนส่งเครื่องดับเพลิงหรืออุปกรณ์ที่มีสารอัดแรงดันเป็นไปอย่างปลอดภัยและผ่านพิธีการขนส่งระหว่างประเทศ ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกต้องยืนยันการจัดประเภทสินค้า ใช้บรรจุภัณฑ์และฉลากตามข้อกำหนด จัดทำเอกสารขนส่งและ SDS ฝึกอบรมผู้เกี่ยวข้อง และตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของผู้ให้บริการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งทางอากาศ

มาตรฐานเฉพาะของ ALAS Fire Aerosol

ISO 15779, NFPA 2010, UL 2775 และ EN 15276 เป็นแกนหลักของระบบ ALAS Fire โดยตรง เพราะออกแบบมาสำหรับระบบ aerosol ซึ่งสร้างอนุภาคเกลือโพแทสเซียมละเอียดเพื่อยับยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ของเปลวไฟในระดับเคมี ระบบจึงต้องพิสูจน์ทั้งสมรรถนะของเครื่องกำเนิดละอองลอย ปริมาณสารดับเพลิง ตำแหน่งติดตั้ง การกระจายตัวของสาร ความปลอดภัย และการทำงานร่วมกับ detector/control panel

มาตรฐานที่ใช้ร่วมกันเมื่อ ALAS หรือ DORIS ติดตั้งบนรถโดยสาร

UN/ECE R107, R118 และ R10 ไม่ได้ทดสอบประสิทธิภาพการดับเพลิงของ aerosol หรือ water mist โดยตรง แต่เป็นมาตรฐานสำคัญเมื่อระบบถูกติดตั้งในรถบัส
  •  R107 ดูความปลอดภัยของรถโดยสาร M2/M3 และการบูรณาการระบบเข้ากับตัวรถ
  •  R118 ควบคุมการลามไฟของสายไฟ กล่องครอบ ท่อ และวัสดุที่อยู่ในห้องโดยสาร
  •  R10 ควบคุม EMC เพื่อให้ตู้ควบคุมและ detector ไม่รบกวน ECU, CAN bus หรือระบบไฟฟ้าของรถ

มาตรฐานของ DORIS Water Mist

มาตรฐาน aerosol ไม่อาจใช้เป็นมาตรฐานสมรรถนะของ DORIS Water Mist ได้เพราะหลักการทำงานต่างกัน DORIS ใช้ละอองน้ำขนาดเล็ก เพื่อลดความร้อน ดูดซับพลังงาน และลดออกซิเจนเฉพาะบริเวณเปลวไฟ
มาตรฐานสำคัญของระบบ DORIS คือ:

  • NFPA 750 — มาตรฐานหลักสำหรับการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบ water mist
  • EN 14972 series — มาตรฐานยุโรปสำหรับระบบ water mist แบบติดตั้งถาวร โดยเน้นการทดสอบสมรรถนะตามประเภทความเสี่ยง
  • ISO 6182-9:2005 — ข้อกำหนดและวิธีทดสอบหัวฉีด water mist โดยเฉพาะ

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ ALAS Fire และ Doris Water Mist

มาตรฐานความหมายในการใช้งานALAS Fire AerosolDORIS Water Mist
ISO 9001:2015
ระบบบริหารคุณภาพของผู้ผลิต✓✓
ISO 14001:2015
ระบบจัดการสิ่งแวดล้อมของผู้ผลิต✓✓
ISO 15779
มาตรฐานเฉพาะระบบดับเพลิงแบบ condensed aerosol✓ โดยตรง-
NFPA 2010
ออกแบบ/ติดตั้ง/บำรุงรักษาระบบ aerosol แบบติดตั้งถาวร✓ โดยตรง-
UL 2775
ทดสอบและรับรองหน่วยระบบ aerosol แบบติดตั้งถาวร✓ โดยตรง-
EN 15276
มาตรฐานและการรับรองยุโรปสำหรับระบบ aerosol✓ โดยตรง-
UN/ECE R107
ข้อกำหนดการรับรองรถโดยสาร M2/M3✓ เมื่อคิดรถบัส✓ เมื่อคิดรถบัส
UN/ECE R118
การลามไฟของวัสดุภายในรถ✓ ถ้ามีวัสดุในห้องโดยสาร✓ ถ้ามีวัสดุในห้องโดยสาร
UN/ECE R10
EMC ของชุดควบคุม detector และสายสัญญาณ✓ หากมีวงจรไฟฟ้า
✓ หากมีวงจรไฟฟ้า
UN 1044 / ADR-RID / IMDG / IATA
การขนส่งสินค้าดันตรายเกี่ยวข้องตามการจัดประเภทสินค้าเกี่ยวข้องกับถัง/ก๊าซอัดแรงดัน
SDS
ความปลอดภัยสาร/ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์✓✓
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้